จบใหม่ก็มีคอนโดได้

ใครๆ ก็ฝันอยากจะมีคอนโดสักยูนิตไว้เป็นที่พักอาศัย แล้วยิ่งถ้าเป็นของเราเองด้วยแล้วก็ยิ่งดีไปใหญ่ ไม่ต้องเสียค่าเช่าทุกเดือนสุดท้ายก็ไม่ใช่ชื่อเราอยู่ดี สู้เอาเงินค่าเช่าไปผ่อนคอนโดดีกว่านะ แล้วบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงหรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงานที่ยังมีรายได้ไม่เยอะก็เริ่มอยากจะมีคอนโดสักยูนิตไว้ให้อุ่นใจ เผื่อในอนาคตมีครอบครัวขึ้นมาจะได้ดูมีอะไรเป็นหลักเป็นแหล่งหน่อย ยิ่งถ้าใครมองการไกล เลือกทำเลดีๆ อนาคตมีรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ผ่านก็ยิ่งเป็นโบนัสไปอีก

แต่ก่อนที่จะเลือกคอนโดที่อยากได้เราต้องมีการเตรียมตัวและเตรียมเงินในระดับหนึ่งเลยแหละ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานแล้วอยากจะซื้อคอนโดเราต้องดูวงเงินกู้ก่อนเลย วงเงินกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มคอนโดระดับกลาง-ล่างราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทลอยอยู่ระหว่าง 30-50% ฟังแล้วคนอยากมีคอนโดก็อาจจะใจคอไม่ดี เพราะฐานเงินเดือนเรายังไม่เยอะและเสี่ยงสุดๆ ที่ธนาคารจะ Say No ไม่ให้เรากู้ค่ะ แต่ช้าก่อน! เคล็ดวิชาที่จะทำให้ความเสี่ยงหมดไป และสามารถฝ่าด่านการขออนุมัติวงเงินกู้จากแบงก์ไปได้ก็มีอยู่นะ เขาเรียกกันว่าวิชา “การออม 10% ใช้จ่ายไม่เกิน 50%”

อย่างแรกที่เราต้องพิจารณาคือค่าใช้จ่ายที่จำเป็น กำหนดไว้ไม่ควรเกิน 50% ของรายได้ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าของใช้ส่วนตัว และต้องออมเงินให้ได้อย่างน้อย 10% นอกจากนี้ต้องจัดสรรเงินอีกไม่เกิน 40% ของรายได้ไว้เป็นค่างวดผ่อนบ้านด้วย (เพราะหลักการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารส่วนใหญ่กำหนดอัตราค่าผ่อนชำระต่องวดไม่เกิน 30-40% ของรายได้)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ เช่น คนเรียนจบใหม่ที่สตาร์ทเงินเดือนขั้นต่ำประมาณ 20,000 บาท และกำลังเตรียมตัวจะซื้อบ้านหรือคอนโด ก็ไม่ควรจะมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกิน 10,000 บาทต่อเดือน เพราะจะต้องสำรองเงิน 40% ของรายได้หรือประมาณ 8,000 บาทไว้จ่ายเป็นค่างวดผ่อนบ้าน แต่ต้องไม่ลืมว่าธนาคารจะปล่อยกู้ไม่เกิน 80-85% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน ดังนั้นเงินส่วนต่างของค่าบ้านอีก 15-20% เราต้องเก็บออมเอาไว้ก่อน

ประเมินเบื้องต้นถ้ามีรายได้ 20,000 บาท จะสามารถซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ได้ในราคา 1.4 ล้านบาท แต่วงเงินกู้ที่จะได้รับอนุมัติจากธนาคารจะอยู่ที่ 1.1 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นผู้กู้จะต้องเก็บเงินออมไว้ประมาณ 280,000 บาทสำหรับจ่ายเป็นค่าผ่อนดาวน์ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเก็บไว้ล่วงหน้า อย่างค่าใช้จ่ายกับโครงการ เช่น เงินจองซื้อและค่าสัญญา ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้จ่ายให้กับกรมที่ดินในวันโอน ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับธนาคาร รวมถึงค่าตกแต่ง ขนย้ายข้าวของ และยังมีเงินอีกส่วนหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม นั่นคือวงเงินสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เบ็ดเสร็จแล้วหากซื้อบ้านประมาณ 1.4-1.5 ล้านบาท เราอาจต้องมีเงินก้อนเก็บไว้ราวๆ 400,000 บาท ถ้าทำได้แบบนี้ก็สบายใจหายห่วง เดินไปโครงการแล้วจองได้เลยค่ะ

เครดิตภาพจาก  https://www.thairath.co.th  https://cfusrug.org

ใส่ความเห็น